วิ่งไปในเกาหลีเหนือ…

ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อ Pyongyang Marathon คำถามแรกที่เกิดขึ้นในใจคือ “มันไปได้ด้วยเหรอ” หลังจากทำการศึกษาอย่างไม่นาน ก็ได้คำตอบว่า เฮ้ยมันไปได้ คำถามที่สองที่เกิดขึ้นคือ “แล้วถ้าไป จะได้กลับออกมามั้ย?!”

dprk-runners
นักวิ่งอาชีพของเกาหลี

Pyongyang Marathon มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Mangyongdae Prize International Marathon (만경대상국제마라손경기대회) จัดขึ้นในเดือนเมษายนของทุกปี โดยเพิ่งเปิดให้นักวิ่งสมัครเล่นชาวต่างชาติเข้ามาร่วมวิ่งได้เมื่อปี 2014 ภายใต้การสนับสนุนของการท่องเที่ยวรัฐบาลเกาหลีเหนือ อย่างไรก็ดี การจะเข้ามาวิ่ง Pyongyang Marathon ได้ จะต้องผ่านการซื้อทัวร์เท่านั้น ผมใช้บริการทัวร์ของบริษัท Koryo Tours ซึ่งเป็นบริษัททัวร์หลักอย่างเป็นทางการของงานนี้ โดยมีบริษัททัวร์อื่นๆ อีกประมาณ 2-3 ราย ซึ่งทุกบริษัททัวร์จะเริ่มต้นทัวร์จากจีน และเมื่อเดินทางไปถึงเกาหลีเหนือ ก็จะมีบริษัททัวร์ของรัฐบาลเกาหลีเหนือ (KITC: Korea International Travel Company) มารับช่วงต่อและควบคุมดูแลนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด ไม่ให้คลาดสายตา…

a street in dprk
แทบจะไม่เห็นคนอ้วนเลย คนที่นี่เดินและปั่นจักรยานกันเป็นส่วนใหญ่

ด้วยความที่ผมเป็นคนชอบเที่ยว มีความสุขและสนุกกับการได้ไปในที่ใหม่ๆ โลกใบนี้มี 196 ประเทศ ถ้าจะไปให้หมดก่อนตาย ก็ต้องทะยอยเก็บไปเรื่อยๆ ผมสัญญากับตัวเองว่าจะต้องมีอย่างน้อยปีละ 10 ประเทศใหม่ลงบนพาสปอร์ตเสมอ… แต่ใน 196 ก็ยอมรับว่ามีหลายประเทศ ที่ยังนึกภาพไม่ออกเลยว่า จะไปได้ยังไง ไปแล้วจะมีชีวิตรอดกลับมามั้ย ไปแล้วลำบากมั้ย ดังนั้น ตอนนี้ที่เรายังมีสภาพร่างกายแข็งแรง ปีนป่ายได้ สมบุกสมบันไหว เราจะเก็บประเทศง่ายๆ ไว้ไปตอนแก่ละกัน

ทัวร์ที่จะเข้าไปวิ่ง Pyongyang Marathon มีหลายแบบให้เลือก ตั้งแต่ 3 วัน 2 คืน จนถึงแบบ 10 วัน จะเข้าไปแบบนั่งรถไฟเข้าไปหรือจะนั่งเครื่องบินก็ได้ ผมเลือกแบบ 5 วัน 4 คืน บินจากปักกิ่งไปลงเปียงยาง ส่วนขากลับนั่งรถไฟออกมาทางชายแดนจีน เข้ามาที่เมือง Dandong สาเหตุที่เลือกแบบนี้เพราะคิดว่ามันคงได้ครบทุกรสชาติดี

บริษัททัวร์จัดการเรื่องวีซ่าและการสมัครมาราธอนให้ โดยเราสามารถเลือกระยะได้ full, half, 10K, 5K นักวิ่งทุกคนต้องเดินทางไปเจอกันที่จีนก่อน เพื่อรับฟังการบรรยายชี้แนะ ข้อควรปฏิบัติและข้อห้ามต่างๆ เมื่ออยู่ในเกาหลีเหนือ

ถ้าพร้อมแล้วไปกันเลย…

วันที่ 1-3 ของทัวร์ เป็นการเที่ยวในเกาหลีเหนือ วันที่ 4 คือวันที่วิ่งมาราธอน วันที่ 5 เที่ยวในตัวเมืองอีก 1 วัน และเดินทางออกจากเกาหลีเหนือเช้าวันที่ 6… ในส่วนของการเที่ยว คงไม่เขียนซ้ำ ติดตามอ่านได้ในเพจ วิ่งรอบโลก ส่วนอันนี้ขอเขียนเรื่อง Pyongyang Marathon ล้วนๆ นะครับ

ตัดภาพมาถึงวันที่วิ่งมาราธอนเลย ไกด์นำบิบมาแจกให้ตอนเช้าที่ห้องอาหารโรงแรม ที่นี่ไม่มีงาน expo นะจ๊ะ รถออกจากโรงแรม 7:15 พอขึ้นรถ ไกด์ได้ประกาศว่าระยะ full marathon เดิมที่บอกว่า cut off 5:30 ชม. ได้เปลี่ยนใหม่ เป็น cut off 5:00 ชม! ??? เปลี่ยนกันกระทันหันแบบนี้เลยเหรอ… ใช่แล้ว ไกด์บอกว่า ทางทีมจัดงานเพิ่งแจ้งเปลี่ยนเมื่อเช้านี้… นอกจากนี้ยังมีการปิดประตู stadium ที่ 4:30 ชม. เพื่อทำพิธีปิดและมอบเหรียญรางวัล นั่นคือใครมาหลัง 4:30 ชม. จะถูกตัดให้วนไปจบนอกสนามแล้วยืนรอตรงนั้น ส่วนใครมาหลัง 5:00 ชม. ก็คือว่า DNF ไป

kim-il-sung-stadium
บรรยากาศใน Kim Il Sung Stadium

พวกเราไปถึงสนาม Kim Il-Sung Stadium ประมาณ 7:30 มีเจ้าหน้าที่ของทางสนามกีฬาให้พวกเราเข้าแถว จัดแถว เป่านกหวีดจัดแถวอย่างโหด เหมือนพวกเราเป็นทหาร แถวต้องตรงเป๊ะ แถวละ 8 คนเท่านั้น เรียงลำดับตามความสูงในแต่ละแถว… เอ๊ะนี่เรามาวิ่งมาราธอนหรือมาเข้าค่ายทหารนะ… พอเดินเข้าไปในสนาม โอ้โห มันยิ่งใหญ่มากๆ คนเต็มทุกที่นั่ง สนามนี้จุคนได้ 1 แสนคน (ยังมีอีกสนามกีฬาในกรุงเปียงยาง ชื่อ May Stadium… สนามนั้นจุคนได้ 1.5 แสนคน เป็นสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลกนะจ๊ะ… ไม่ธรรมดานะ) ไม่รู้ว่าเค้าไปเกณฑ์คนมาจากไหน ทุกคนปรบมือ โห่ร้อง พวกเราก็เดินแถวเข้าไปอยู่กลางสนาม มันตื่นเต้นมากๆ เพิ่งเคยมีโมเม้นท์นี้ในชีวิต จากนั้นก็มีพิธีเปิด ซึ่งเค้าห้ามถ่ายรูปและถ่ายวีดีโอ พิธีเปิดก็ไม่มีอะไรมาก ร้องเพลงเพลงนึง ซึ่งเข้าใจว่าน่าจะเป็นเพลงชาติ แล้วต่อด้วยประธานกล่าวเปิดเป็นภาษาเกาหลี ก็ฟังไม่รู้เรื่องอีกอยู่ดี จากนั้นก็ชักธงมาราธอนขึ้นยอดเสา ผู้คนปรบมือ เป็นอันจบพิธี ทางไกด์วิ่งเข้ามาบอกว่ามีเวลา 5 นาทีให้เราเปลี่ยนเสื้อ ถอดเสื้อหนาวโยนใส่ถุงที่ไกด์เตรียมมา แล้วรีบไปที่บล็อคของตัวเองได้เลย… งานนี้ไม่มีระบบฝากของ แต่ทางบริษัททัวร์ได้เตรียมถุงผ้าใหญ่ๆ ไว้สำหรับกรุ๊ปของพวกเรา แล้วไกด์ก็นั่งเฝ้าของให้เราตลอด

ตามกฎของรัฐบาลเกาหลีเหนือ เราไม่สามารถนำอุปกรณ์ GPS เข้ามาในประเทศได้ ทางบริษัททัวร์ได้แจ้งไว้ก่อนแล้วว่าถ้าใครอยากใส่ Garmin วิ่ง ก็ลองเสี่ยงดูเอง ตอนเข้าประเทศ ศุลกากรจะถามว่ามีอุปกรณ์ GPS มั้ย ก็เนียนๆ ตอบ No ไป… ตอนผมเข้าไป เจ้าหน้าที่ก็ถามว่านาฬิกาของยูเป็น GPS รึป่าว ผมก็บอกไปว่า No อันนี้เป็นรุ่นเก่า… เค้าก็ไม่ติดใจอะไร ถ้าเราเผลอตอบ Yes เค้าก็แค่ทำตามหน้าที่ของเค้า ยึดนาฬิกาเราใส่ locker เอาไว้ที่สนามบิน แล้วเราก็มาเอาคืนวันกลับ ส่วนเรื่องกล้องถ่ายรูป โทรศัพท์ ทาง Pyongyang Marathon ก็มีกฎว่าห้ามถ่ายรูป แต่ทางทัวร์แจ้งว่า ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา แทบจะไม่มีใครไม่พกโทรศัพท์หรือ GoPro เลย ตอนปล่อยตัวแทบจะร้อยทั้งร้อยจะยกมือถือหรือ GoPro ขึ้นมาถ่ายวีดีโอ ซึ่งก็ไม่มีใครมาว่าอะไร มีเพียงบางจุดที่เราวิ่งไปในเมืองเท่านั้นที่ห้ามถ่ายรูป เช่น Kim Il-Sung Square, บริเวณที่มีทหาร, บริเวณที่มีการก่อสร้าง, รูปท่านผู้นำ ฯลฯ

จำนวนนักวิ่งวันนี้รวมทุกระยะน่าจะประมาณเกือบ 2 พันคน ซึ่งทางบริษัททัวร์แจ้งว่า เมื่อก่อนจะมีนักวิ่งสมัครเล่นต่างชาติที่มากับทัวร์ประมาณ 1 พันคน แต่ปีนี้ลดลงไปเหลือแค่ครึ่งเดียวเนื่องจากสถานการณ์ที่ดูไม่ค่อยจะดี จะรบกันแหล่ไม่รบกันแหล่ ประกอบกับข่าวนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันที่โดนจับไปเมื่อปีก่อน ทำให้อเมริกาได้ประกาศห้ามคนของเค้าไปเที่ยวเกาหลีเหนือ จึงมีนักวิ่งสมัครเล่นต่างชาติเพียง 500 คนเท่านั้น

pyongyang-marathon-start-time
ได้เวลาปล่อยตัว

เสียงปืนยิงปั้ง… ทุกคนก็รีบสับเท้าออกจากสนาม เสียงเชียร์ดังฮึกเหิมมากๆ นักวิ่งเกาหลีวิ่งหายตัวไปอย่างรวดเร็ว พวกเค้าคงเกิดมาเพื่อสิ่งนี้… ส่วนเราก็คงเกิดมาเพื่อถ่ายรูป ถ่ายวีดีโอ แล้วก็มาเล่าสู่กันฟังแบบนี้แหละ วิ่งไม่ต้องเร็วมากหรอก ครั้งนี้เป็นโอกาสเดียวที่เราจะวิ่งไปในเปียงยางแบบไม่มีไกด์มาคอยคุมว่าเราถ่ายรูปอะไร ถ่ายวีดีโออะไร เราก็จะสนุกกับมัน แต่ก็ตั้งใจว่าอยากจะกลับมาจบให้ทันก่อนปิด stadium ที่ 4:30 ชม. จะได้ดูพิธีปิดด้วย (เพื่อนๆ ที่วิ่ง half marathon บอกว่า ตอนกลับมาถึงสนาม วิ่งเข้ามาเสียงกองเชียร์ดังมาก แต่เค้าไม่ได้เชียร์นักวิ่งหรอกนะ เค้าเชียร์บอลที่อยู่ในสนาม… )

arch-of-triumph
Arch of Triumph

วิ่งออกมาจากสนาม Kim Il-Sung Stadium ก็เห็น Arch of Triumph เด่นอยู่ข้างหน้า แล้วเรายังได้วิ่งลอดประตูชัยนี้อีกด้วย ซึ่งเค้าบอกว่า ประตูชัยอันนี้ใหญ่กว่าของฝรั่งเศสอีกนะ สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการกอบกู้เอกราชเกาหลีคืนมาจากญี่ปุ่นได้ ถือเป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ที่ได้ประกาศประเทศเป็นของตัวเอง และได้มีประธานาธิบดีคนแรก คือ Kim Il-Sung คนที่ชาวเกาหลีรักหมดหัวใจ

drinking-water-station
จุดบริการน้ำดื่ม

งานนี้มีจุดให้น้ำทุกๆ 5 กิโลเมตร เป็นน้ำเปล่าอย่างเดียว ไม่มีน้ำแข็ง​ (วันนั้นอากาศหนาว ประมาณ 1-2 องศา) ไม่มีเกลือแร่ ไม่มีเจล… เบสิคมากๆ แต่สิ่งที่ประทับใจคือ จุดให้น้ำที่บอกว่าทุก 5 กิโลเมตร มันเป๊ะมากๆ นะ 5, 10, 15, 20 ยกนาฬิกาขึ้นมาดูระยะ คือวางจุดไว้เป๊ะจริงๆ ดื่มน้ำเสร็จ ไม่ต้องโยนทิ้ง มีพนักงานสาวชุดประจำชาติเกาหลีวิ่งมารับแก้วเปล่า คือเป็นงานที่แทบจะไม่เห็นขยะลงพื้นเลย เค้ามี volunteer ไม่เยอะ แต่ volunteer นอกจากจะรินน้ำแล้ว ยังคอยวิ่งเก็บแก้วเก็บขยะด้วย สะอาดมากๆ ส่วนห้องน้ำมีไม่ค่อยเยอะ ระหว่างทางต้องมองป้าย WC ดีๆ ส่วนใหญ่จะต้องวิ่งขึ้นไปบนตึกชั้น 2

ryugyong-hotel
Ryugyong Hotel ในตำนาน

เส้นทางวิ่งผ่าน Victorious Fatherland Liberation War Museum มองเห็นโรงแรม Ryugyong Hotel ทรงปิระมิดแหลมซึ่งกำลังจะสร้างเสร็จ คือเห็นบอกว่าสร้างมาตั้งแต่ปี 1987 สร้างไม่เสร็จซะที เพราะเงินหมด ไกด์บอกว่าถ้ามาวิ่ง Pyongyang Marathon ปีหน้าคงจะได้พักกันที่โรงแรมนี้แน่ๆ ผ่านจุดกลับตัวของ 10K ไป ก็รู้สึกว่าเป็นการวิ่งแบบเหงาๆ มองไปรอบๆ ตัวมีนักวิ่งประปรายมากๆ เหมือนถนนเป็นของเรา สองข้างทางยังคงมีชาวเกาหลีมาตบมือเชียร์ เด็กๆ ยิ้มและโบกมือให้ บางคนก็อยากจะมาขอ hi-five กับเรา โชคดีที่ไกด์สอนประโยคทักทายมาให้ ฝึกสำเนียงมาอย่างดี จะบอกว่าภาษาเกาหลีที่เราเคยรู้มา (เกาหลีใต้) บางคำเป็นภาษาสมัยใหม่ จริงๆ แล้วเค้าใช้ภาษาเดียวกันแหละแต่ว่าเกาหลีใต้เค้าเป็นประเทศเปิดเสรี มีคำทับศัพท์ต่างประเทศเข้ามามากมาย ภาษาก็เลยมีการพัฒนาไป ส่วนเกาหลีเหนือเค้าปิดประเทศไปอยู่อย่างนั้น ถ้าคนเกาหลีใต้ไปคุยกับคนเกาหลีเหนือ ภาษาก็จะย้อนยุคไปประมาณ 50 กว่าปี ก็คงเหมือนพวกเรากลับไปคุยภาษาออเจ้ากระมัง พอกองเชียร์ข้างทางเค้า say hi กับเรา เราก็ say hi กลับ ก็ถือว่าแลกเปลี่ยนรอยยิ้มกันไป ดูผู้คนที่นี่เค้าก็มีความสุขดีนะ

pyongyang-marathon-route
เส้นทางวิ่ง full marathon

ผ่าน Kim Il-Sung Square มาได้นิดเดียวก็เป็นถนนที่เลียบริมแม่น้ำ Taedong ยาวไปตลอด ตรงนี้เริ่มเป็นการวิ่งออกไปนอกเมือง สองข้างทางเริ่มไม่ค่อยมีอะไร เห็นบ้านและตึกเก่าๆ สลับกับโกดัง โรงงานบ้าง อากาศเริ่มครึ้มฟ้าครึ้มฝน ลมแรงตีเข้าหน้า บวกกับเนินซึมๆ รู้สึกเริ่มเหนื่อยที่จะต้องวิ่งต้านลม แต่กัดฟันว่า วิ่งไปอีกนิดเดียว ถ้าถึงจุดกลับตัวแล้ววิ่งกลับ ลมน่าจะพัดส่งเราได้

เอาเข้าจริงมาถึงจุดกลับตัวเหมือนลมเริ่มจะเปลี่ยนทิศทาง มีความรู้สึกเหมือนยังวิ่งต้านลมอยู่ตลอดเวลา ฝนก็เริ่มลงเม็ดพรำๆ วิ่งไปหนาวไป

kim-il-sung-square
Kim Il Sung Square

กลับมาที่ Kim Il-Sung Square อีกครั้ง ตรงนี้ไกด์บอกว่าไม่อยากให้ถ่ายรูป แต่ดูบรรยากาศตอนนั้นก็เงียบๆ ไม่เห็นมีทหาร แล้วก็ไม่เห็นมีอะไรที่น่าจะห้ามถ่ายรูป เลยยกกล้องขึ้นมาอีกครั้ง ขอซะหน่อยเถอะ มันไม่ได้มาง่ายๆ อ่ะประเทศนี้ ขอถ่ายรูป ถ่ายวีดีโอให้คุ้มหน่อย… ตรงที่เราเคยเห็นในทีวีว่าทหารเค้าสวนสนาม มีรถถัง มีจรวดขีปนาวุธ… เพิ่งมาถึงบางอ้อว่าทำไมแถวทหารเค้าตรงเป๊ะ ก็บนถนนตรงนี้มันมีจุดมาร์คตำแหน่งไว้ แค่ก้าวเท้าให้ตรงจุด แถวก็จะตรง…

ไม่ใช่แค่ฝนและหนาวอย่างเดียว ตอนนี้เริ่มมีเกล็ดหิมะลงมาด้วย อากาศดูเพี้ยนมาก เหลืออีกไม่ถึง 5 กิโลเมตร ดูนาฬิกาก็ประมาณ 3:45 ชม. ก็คิดในใจว่า เอาวะ วิ่งๆ เดินๆ ค่อยๆ ไปเบาๆ ก็ทันจบ 4:30 ชม. ก่อนเค้าปิด stadium สบายๆ แต่อีกใจนึงก็อยากวิ่งให้จบเร็วๆ เพราะเริ่มหนาวละ…

kim-il-sung-stadium-front
กลับมาถึง Kim Il-Sung Stadium ก่อนจะปิดประตูพอดี

วิ่งๆ เดินๆ มาจนถึง Arch of Triumph ดูนาฬิกา 4:25 ชม. โอ้โห perfect มากๆ ก็เลยเดินเข้า stadium ไปช้าๆ หล่อๆ… ยังต้องวิ่งวนในลู่สนามอีกหนึ่งรอบ ผมวิ่งเข้าเส้นชัยไปที่เวลา 4:26:58 แล้วก็หันไปเห็นเค้ากำลังปิดประตู stadium เพิ่งรู้ว่าเราเป็นคนสุดท้ายก่อนเค้าจะปิดสนาม สรุปว่าเค้าปิดสนามที่ 4:27 ชม. เพราะพิธีปิดและมอบเหรียญจะเริ่มต้นตอน 4:30 ชม. เป๊ะๆ เรามาทันเวลาพอดี ได้ขึ้นมานั่งบนอัฒจรรย์ดูพิธีมอบเหรียญ และพิธีปิด ผู้ชนะปีนี้เป็นชาวเกาหลีทั้งชายและหญิง ทำเวลาไปที่ 2:12 และ 2:27 ตามลำดับ… สนามนี้เป็น IAAF Bronze ด้วยนะ สามารถเอาเวลาไป qualify Boston Marathon ได้… มันคงจะเจ๋งดีนะ ถ้าเอาเวลาสนามเกาหลีเหนือไปใช้ BQ

หลังจากรอนักวิ่งกรุ๊ปของเราเข้าเส้นชัยกันครบ ไกด์ก็พาเรากลับโรงแรม อาบน้ำ รับประทานอาหาร แล้วปล่อยพักผ่อนตามอัธยาศัย ทีแรกก็นึกว่าจะนอนพัก แต่ไกด์ก็โทรขึ้นมาถามว่า อยากจะไปสวนน้ำมั้ย ถ้าอยากไป ก็จะพาไป… ไหนๆ ก็มาแล้วเนอะ ไปดูซะหน่อยว่าสวนน้ำเกาหลีเหนือเป็นยังไง เดินเข้าไปนี่ถึงกับผงะ มีรูปปั้น Kim Il-Sung อยู่เด่นตรงทางเข้า เป็นรูปปั้นที่ยืนอยู่บนภาพวาดชายหาด… นึกในใจ เค้าก็มีตีมของเค้านะ รูปพี่แกในโรงเรียนก็เป็นรูปกับเด็กๆ ดูเป็นผู้ชี้นำการศึกษา รูปพี่แกตามชานเมืองก็จะเป็นรูปยืนในทุ่งพร้อมทุ่งนาเหลืองทอง… สรุปว่าที่สวนน้ำ ไม่ได้ลงเล่นน้ำหรอก ไปจบอยู่ในร้านกาแฟ สั่งกาแฟกินแล้วก็นั่งคุยกับเพื่อนๆ อีก 3-4 คนที่ไม่ได้ลงน้ำ กาแฟแก้วนี้เป็นแก้วแรกในเกาหลีเหนือที่ไม่ใช่ 3-in-1 รู้สึกซาบซ่านกระชุ่มกระชวยขึ้นมากระทันหัน

nick-butter
ถ่ายรูปกับ Nick Butter

มื้อเย็นเป็นการเลี้ยงฉลองยิ่งใหญ่ที่โรงแรม จัดโดยบริษัททัวร์ อาหารหลากหลาย อิ่มหนำสำราญมาก เป็นครั้งแรกที่ได้พบกับนักวิ่งพร้อมหน้ากันทุกกรุ๊ปทัวร์ (ทั้งหมด 500 กว่าคน บางกลุ่มเป็นทัวร์ 3 วัน บางกลุ่มเป็นทัวร์ 5 วัน และไม่ได้นอนโรงแรมเดียวกันทั้งหมด) ที่เป็นทัวร์ 5 วันแบบผม มีทั้งหมด 3 คันรถบัส คันละ 18 คน ส่วนใหญ่เราจะได้อยู่กันแค่ 18 คนเท่านั้น มีบางช่วงที่ทั้ง 3 คันจะไปที่เดียวกัน และทำกิจกรรมร่วมกัน… ในบรรดา 500 กว่าคนที่มารับประทานอาหาร… บังเอิญมากๆ ที่ผมเหลือบไปเห็นคนคนนึง ใครว้า… หน้าตาโคตรคุ้น… นั่งกินข้าวไปก็นึกไป… อ้อ นึกออกแล้วในที่สุด เค้าคือ Nick Butter คนที่บอกว่าจะวิ่งมาราธอนรอบโลก 196 ประเทศ ภายใน 18 เดือน รีบวิ่งเข้าไปขอถ่ายรูปด้วยหนึ่งที ไอดอลของเรา…

ตอนที่ตัดสินใจว่าจะมาวิ่งมาราธอนที่เกาหลีเหนือ ผมแค่คิดว่า เอาวะ ไม่รู้ว่ามันจะรบกันเมื่อไหร่ ถ้ามีโอกาสก็รีบไปๆ ให้มันจบๆ ไปซะ แล้วก็คงเป็นประเทศที่ไปแค่ทีเดียว คงไม่กลับมาที่นี่อีก… ความคิดนั้นได้เปลี่ยนไป หลังจากได้มาเห็น ได้มาสัมผัสกับผู้คนที่นี่ มันไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เราคิด สิ่งที่เราเคยเรียน เคยรู้ เคยเห็นในทีวี มันเป็นแค่ข้อมูลส่วนหนึ่ง บางทีอาจจะเหมือนการฟังความข้างเดียว… วันนี้ได้มาเห็นรอยยิ้มของเด็กๆ ผู้คนเค้าก็มีความสุขนะ… จริงอยู่ที่เค้าไม่รู้ว่าโลกภายนอกมันเป็นยังไง แต่เค้ามีความสุขได้กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเค้า นั่นคือสัจธรรม… ถามพวกเค้าว่า ถ้าเลือกเกิดได้ใหม่ อยากเกิดเป็นคนเกาหลีอีกมั้ย ทุกคนตอบว่าใช่… เราเองหรือเปล่า ที่ไปตัดสินและคิดแทนเค้าว่าพวกเค้าน่าสงสาร… ถ้าถามว่าอยากกลับไปเกาหลีเหนืออีกมั้ย ตอนนี้ตอบเต็มปากเลยว่าอยากกลับไปอีกครั้ง และหวังว่า การกลับไปครั้งหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นสำหรับประเทศนี้ แล้วยิ่งถ้าเค้ารวมประเทศกันได้ มันจะเป็นเรื่องน่ายินดีมากๆ คงไม่มีใครต้องการสงคราม รักกันย่อมดีกว่าเกลียดกัน จริงมั้ย…

korean-dance
เต้นรำเฉลิมฉลองหน้าอนุสาวรีย์ The Worker’s Party of Korea

ถ้าอยากไปบ้างต้องทำอย่างไร?

อ่านรายละเอียดได้ที่ http://pyongyangmarathon.com ได้เลยจ้า

 

One thought on “วิ่งไปในเกาหลีเหนือ…

  1. Pingback: Pyongyang Marathon 2024 - LET'S RUN THE WORLD

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *